ได้หนังเรื่องนี้มาจากเพื่อน(หนึ่งในเพื่อนสนิท) เพื่อนบอกว่า "มึงน่าจะชอบ กูเห็นมึงดูบอร์น(Jason Bourne)ตั้งหลายรอบ สายลับเหมือนกัน แต่ว่าสมจริงกว่า"
เนื้อเรื่องประมาณว่า สายลับปลดประจำการ ทุ่มเทเวลาที่เหลือให้กับลูกสาว แต่ว่าลูกสาวโดนลักพาตัวไป เลยไปตามหาลูกสาวกลับคืนมา
เพื่อนผมมันบอกเพียงแค่นั้นแล้วก็เอา dvd ให้ผม แล้วก็ย้ำอีกว่าต้องดูให้ได้ เรื่องนี้ดีจริง ๆ(จำได้ลาง ๆ ว่ามันย้ำ)
หลังจากเปิดดู
ตื่นเต้นตลอด ชอบอาการสงบนิ่งของพระเอก(Liam Neeson) แต่ว่าทำไมผมรู้สึกว่าเค้าตื่นเต้นมาก แต่ว่าด้วยหน้าที่แล้วก็ประสพการณ์ทำให้จำเป็นต้องแสดงออกอย่างงั้น
ที่ชอบอีกก็คือ เป้าหมายของพระเอก ไม่ใช่การช่วยโลก ไม่ใช่การช่วยประเทศ แต่ว่าเป็นการช่วยลูกสาวคนเดียว ซึ่งเป็นทั้งหมดที่เค้ามี
เป็นหนังบู๊ที่รู้สึกว่ามีพลัง(แต่ยังไงหนังบู๊ที่ชอบที่สุดก็ยังเป็น Bourne ทั้งสามภาค)
พลังแห่งความรักที่บริสุทธิ์
Sunday, October 25, 2009
Wednesday, October 21, 2009
โป้วอั้งเสาะ - จอมดาบหิมะแดง
เพิ่งเคยอ่านนิยายกำลังภายในเป็นเรื่องแรก
หลังจากดูมาหลายเรื่อง และเลิกดู เมื่อถึงวัยที่จินตนาการเริ่มจืดจาง
เลือกโกวเล้งเป็นท่านแรกในการลองดื่มด่ำกับความพิศดารพลิกแพลง อีกครั้ง
ชื่อเรื่อง จอมดาบหิมะแดง ใช้เวลาอ่านเกือบเดือน แต่อ่านจริง ๆ สองวันนิด ๆ
เป็นหนึ่งในชุด มีดสั้นของลี้น้อย เป็นเล่มสุดท้ายของชุด
เหนือความคาดหมาย สนุกจนวางไม่ลง แต่ก็ต้องวาง ความรู้สึกตอนได้อ่านหนังสือนิยายแปลเล่มแรก(เทวา ซาตาน)กลับมาอีกครา
แต่อารมณ์ไม่เหมือนเดิม ตะวันตก ตะวันออก แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ชอบพระเอก โป้วอั้งเสาะ เก่งเกินมนุษย์ แต่ก็ไม่เก่งเกินมนุษย์ที่ด้อยกว่ามนุษย์
มีวิชาดาบที่โดดเด่น มีดวงตาที่เห็นในที่มืด ทุกอย่างเกิดจากการฝึกฝน
เป็นยอดฝีมือที่มีแต่คนหมายจะพรากชีวิตไปจากร่าง
เป็นสุภาพบุรุษ ที่เกือบจะพ้ายแพ้ต่ออิสตรีหลายครั้ง
นิยายกำลังภายใน พ้ายแพ้คือไร้ชีวิต
ถึงตอนจบก็ง่ายแสนง่าย ศัตรูที่ต้องพบเจอ ไม่มีอะไรมากไปกว่าตัวเอง
ถึงขนาดศัตรูที่เก่งกาจที่สุดยังใช้ตัวมันเอง เพื่อฆ่าตัวมันเอง
"ไยต้องเกรงกลัวความมืดมิด หากในหัวใจนั้นสว่างไสว"
หลังจากดูมาหลายเรื่อง และเลิกดู เมื่อถึงวัยที่จินตนาการเริ่มจืดจาง
เลือกโกวเล้งเป็นท่านแรกในการลองดื่มด่ำกับความพิศดารพลิกแพลง อีกครั้ง
ชื่อเรื่อง จอมดาบหิมะแดง ใช้เวลาอ่านเกือบเดือน แต่อ่านจริง ๆ สองวันนิด ๆ
เป็นหนึ่งในชุด มีดสั้นของลี้น้อย เป็นเล่มสุดท้ายของชุด
เหนือความคาดหมาย สนุกจนวางไม่ลง แต่ก็ต้องวาง ความรู้สึกตอนได้อ่านหนังสือนิยายแปลเล่มแรก(เทวา ซาตาน)กลับมาอีกครา
แต่อารมณ์ไม่เหมือนเดิม ตะวันตก ตะวันออก แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ชอบพระเอก โป้วอั้งเสาะ เก่งเกินมนุษย์ แต่ก็ไม่เก่งเกินมนุษย์ที่ด้อยกว่ามนุษย์
มีวิชาดาบที่โดดเด่น มีดวงตาที่เห็นในที่มืด ทุกอย่างเกิดจากการฝึกฝน
เป็นยอดฝีมือที่มีแต่คนหมายจะพรากชีวิตไปจากร่าง
เป็นสุภาพบุรุษ ที่เกือบจะพ้ายแพ้ต่ออิสตรีหลายครั้ง
นิยายกำลังภายใน พ้ายแพ้คือไร้ชีวิต
ถึงตอนจบก็ง่ายแสนง่าย ศัตรูที่ต้องพบเจอ ไม่มีอะไรมากไปกว่าตัวเอง
ถึงขนาดศัตรูที่เก่งกาจที่สุดยังใช้ตัวมันเอง เพื่อฆ่าตัวมันเอง
"ไยต้องเกรงกลัวความมืดมิด หากในหัวใจนั้นสว่างไสว"
Monday, October 19, 2009
นึกครึ้ม
อยู่ดี ๆ
บอกแม่ว่ากางเกงที่ใส่ตัวละสองพันเก้าสิบ
เป้าแตกเพราะว่านั่งแท๊กซี่จะไปกินเหล้ากับเพื่อน แล้วเกิดอุบัติเหตุ เสียค่าปะไปอีกหกสิบบาท
ราคากางเกงตัวนี้เลยเพิ่มขึ้นอีกหกสิบบาท
แม่คง งง เลยไม่ได้ด่าว่าอะไร
หรือเพราะเห็นว่าเราโตแล้ว(ส่วนตัวไม่คิดอย่างนั้นแม้สักเศษเสี้ยวของเส้นยาแดงผ่าแปด) ปล่อยมันไป จะทำอะไรก็ทำ
คงไม่มั้ง
คนเป็นแม่ คงไม่มีวันจะคิดแบบนั้นกับลูกแน่ ๆ
ถึงแม้ว่าวันที่จะได้เป็นแม่มันจะไม่มีวันเดินมาถึง(เป็นพ่อก็เหอะ จะมีวันนั้นรึเปล่า) แต่ก็พอจะเข้าใจอะไรต่ออะไรได้บ้างแหละ
จากการพูดเปิดประเด็นแบบนั้น
มันทำให้อะไรหลาย ๆ อย่าง ดำเนินไปแบบที่เรารู้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น(แต่ไม่ค่อยอยากให้เกิดนะ)
เริ้มด้วยการพูดแบบไม่คิด ก็จะเจออะไรต่อมิอะไรที่มันคิดไม่ได้
นึกครึ้ม(ชอบคำนี้จัง ใช้ได้หลายสถานการณ์ ความหมายคล้าย ๆ ลองของ, ไม่ยั้งคิด)
บอกแม่ว่ากางเกงที่ใส่ตัวละสองพันเก้าสิบ
เป้าแตกเพราะว่านั่งแท๊กซี่จะไปกินเหล้ากับเพื่อน แล้วเกิดอุบัติเหตุ เสียค่าปะไปอีกหกสิบบาท
ราคากางเกงตัวนี้เลยเพิ่มขึ้นอีกหกสิบบาท
แม่คง งง เลยไม่ได้ด่าว่าอะไร
หรือเพราะเห็นว่าเราโตแล้ว(ส่วนตัวไม่คิดอย่างนั้นแม้สักเศษเสี้ยวของเส้นยาแดงผ่าแปด) ปล่อยมันไป จะทำอะไรก็ทำ
คงไม่มั้ง
คนเป็นแม่ คงไม่มีวันจะคิดแบบนั้นกับลูกแน่ ๆ
ถึงแม้ว่าวันที่จะได้เป็นแม่มันจะไม่มีวันเดินมาถึง(เป็นพ่อก็เหอะ จะมีวันนั้นรึเปล่า) แต่ก็พอจะเข้าใจอะไรต่ออะไรได้บ้างแหละ
จากการพูดเปิดประเด็นแบบนั้น
มันทำให้อะไรหลาย ๆ อย่าง ดำเนินไปแบบที่เรารู้ว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น(แต่ไม่ค่อยอยากให้เกิดนะ)
เริ้มด้วยการพูดแบบไม่คิด ก็จะเจออะไรต่อมิอะไรที่มันคิดไม่ได้
นึกครึ้ม(ชอบคำนี้จัง ใช้ได้หลายสถานการณ์ ความหมายคล้าย ๆ ลองของ, ไม่ยั้งคิด)
Thursday, October 8, 2009
เมื่อไม่เห็นก็ไม่เศร้า
รอยขาดของเสื้อตัวโปรดอยู่ในที่ลับ
ยามเมื่อเห็นรอยนั้น รู้สึกเสียดาย
ยังใส่ต่อไป เสียดายและไม่มีใครเห็นรอยขาด
อยู่ด้วยกันทั้งวัน ใช้ชีวิตปกติ
ถอดเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ เห็นรอยขาดอีกครั้ง
หงุดหงิด แล้วจะไปมองมันทำไม
เห็นอยู่คนเดียว เครียดอยู่คนเดียว
ยามเมื่อเห็นรอยนั้น รู้สึกเสียดาย
ยังใส่ต่อไป เสียดายและไม่มีใครเห็นรอยขาด
อยู่ด้วยกันทั้งวัน ใช้ชีวิตปกติ
ถอดเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ เห็นรอยขาดอีกครั้ง
หงุดหงิด แล้วจะไปมองมันทำไม
เห็นอยู่คนเดียว เครียดอยู่คนเดียว
Monday, October 5, 2009
เหตุการณ์คืนวันที่ 2 ตุลาคม 2552
นับว่าเป็นอีกเหตุการณ์ ที่เรียกได้ว่าเกือบตาย
อยู่ดี ๆ งานก็เข้า อยู่ดี ๆ ก็ให้ได้เสียวเล่น
อาจเป็นเพราะเท๊กซี่คันนั้นเติมลมยางมาแข็งเกิน
อาจเพราะเศษซากจากการซ่อมสะพานยังคงหลงเหลืออยู่
อาจเพราะพื้นถนนที่ร้อนมากกว่าปกติยางเลยขยายตัว
หรืออาจเป็นเพราะ....
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็ว แต่ว่าจำได้ทั้งหมด
ตั้งแต่ได้ยินเสียงยางรถแตก(แต่ไม่รู้ว่ามันแตก)
เมื่อรถเสียหลักพุ่งชนรั้วกันรถตกถนน
จนกระทั่งรถลงมาจอดได้อย่างปลอดภัย(มีเจ็บบ้างเล็กน้อย และทรัพย์สินเสียหายอีกนิดหน่อย)
ปกติคนทั่วไป อดรีนาลีน น่าจะหลั่งออกมาบ้าง
แต่ว่าทำไมเราไม่รู้สึกอะไรขึ้นเลย เปิดประตูออกมาดูรถก่อนที่เจ้าของรถจะออกมาดูรถตัวเองด้วยซ้ำ
แล้วก็เดินไปโบกแท๊กซี่อีกคันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คงจะทำตัวเย็นชาอย่างนี้มาจนชิน
เย็นชากับคนใกล้ชิด
เย็นชาแม้กระทั้งกับตัวเอง
ประสาทสัมผัสมันก็เลยชินมั้ง
เป็นเพียงอีกหนึ่งประสพการณ์เล็กน้อยในชีวิต
ถ้าหากว่าครั้งนี้รถตกสะพานไป
คงจะได้เป็นประสพการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ไปแล้วหละ
ปล. เสียดายกางเกงยีนส์ตัวนั้นมากมาย ขาดยาวได้ใจมาก ปะเสร็จแล้วจะเป็นยังไงหนอ
อยู่ดี ๆ งานก็เข้า อยู่ดี ๆ ก็ให้ได้เสียวเล่น
อาจเป็นเพราะเท๊กซี่คันนั้นเติมลมยางมาแข็งเกิน
อาจเพราะเศษซากจากการซ่อมสะพานยังคงหลงเหลืออยู่
อาจเพราะพื้นถนนที่ร้อนมากกว่าปกติยางเลยขยายตัว
หรืออาจเป็นเพราะ....
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็ว แต่ว่าจำได้ทั้งหมด
ตั้งแต่ได้ยินเสียงยางรถแตก(แต่ไม่รู้ว่ามันแตก)
เมื่อรถเสียหลักพุ่งชนรั้วกันรถตกถนน
จนกระทั่งรถลงมาจอดได้อย่างปลอดภัย(มีเจ็บบ้างเล็กน้อย และทรัพย์สินเสียหายอีกนิดหน่อย)
ปกติคนทั่วไป อดรีนาลีน น่าจะหลั่งออกมาบ้าง
แต่ว่าทำไมเราไม่รู้สึกอะไรขึ้นเลย เปิดประตูออกมาดูรถก่อนที่เจ้าของรถจะออกมาดูรถตัวเองด้วยซ้ำ
แล้วก็เดินไปโบกแท๊กซี่อีกคันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คงจะทำตัวเย็นชาอย่างนี้มาจนชิน
เย็นชากับคนใกล้ชิด
เย็นชาแม้กระทั้งกับตัวเอง
ประสาทสัมผัสมันก็เลยชินมั้ง
เป็นเพียงอีกหนึ่งประสพการณ์เล็กน้อยในชีวิต
ถ้าหากว่าครั้งนี้รถตกสะพานไป
คงจะได้เป็นประสพการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ไปแล้วหละ
ปล. เสียดายกางเกงยีนส์ตัวนั้นมากมาย ขาดยาวได้ใจมาก ปะเสร็จแล้วจะเป็นยังไงหนอ
Subscribe to:
Posts (Atom)