เป็นโรคความดันไปเรียบร้อยแล้ว
ไปโรงพยาบาล ตรวจหัวเข่า ได้เอ็กซ์เรย์สมใจ ผลปรากฏออกมาว่าไม่มีปัญหาอะไร เข่ามันเคยเจ็บมันก็เจ็บได้อีก เป็นเพราะว่าน้ำหนักมากเกินไป ถ้าข้างนี้เจ็บได้ เดี๋ยวอีกข้างก็เจ็บเพราะว่ามันรับน้ำหนักมากไป
คือสงสัยเรื่องที่ว่าทำไมมันเดินไม่ได้เหมือนเดิม องศาในการเดินมันไม่เหมือนเก่า แต่ว่าหมอวินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นไรก็ต้องไม่เป็นไรสิ
ลดน้ำหนักเท่านั้น ถึงจะช่วยได้
ปัญหานี้หมดไป ปัญหาต่อไปคือ พยาบาลวัดความดันถึงสามครั้ง ก่อนตรวจสองที หลังตรวจอีกหนึ่ง ได้มา 160/110 ป้าด!!!!
นัดพบแพทย์เพื่อดูอาการต่อทันที ไม่ใช่โรคข้อกระดูกนะครับ โรคความดัน ต้องงดข้าวงดน้ำเพื่อไปเจาะเลือดด้วยในวันนัด
สุดท้ายวันนี้ได้ยามากิน หนึ่งชุด หมอทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า "คุณเข้าใจปะ ว่าต้อง กินไปตลอดชีวิต มันอาจจะหายหรือว่า ไม่หายก็ได้ อันนี้หมอบอกไม่ได้ แต่ว่าต้องกินไปเรื่อย ๆ แหละ นับจากนี้ แต่ว่าอาจจะหยุดก็ได้นะ ไม่แน่เหมือนกัน"
เพิ่มงานให้กับชีวิตประจำวันอีกหนึ่งอย่าง คือ ต้องกินยาความดันทุกเช้า
ไอ้คำว่า "ตลอดไป" เนี่ยเป็นคำขยายที่ทรงพลังมาก ทั้งในทางลบ หรือทางบวก ลองดูสองประโยคนี้เป็นตัวอย่าง
กินยาลดความดันตลอดไป
รักผู้หญิงคนนี้ตลอดไป
มันเป็นคำขยายประมาณว่า รู้สึก น้อย ๆ แต่ต้องรู้สึกไป นาน ๆ
Wednesday, February 17, 2010
อุบัติเหตุ
เนื่องจากว่าตอนนี้มีอุปสรรคในการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง คือหัวเข่าข้างขวาที่มันสูญเสียความสมบูรณ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฟุตบอล แบทมินตั้น บาสเก็ตบอล อะไรที่มันต้องใช้การเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันนั้น คงจะเล่นไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว
มานึกดูว่าเส้นเอ็นของเรามันไปฉีกขาดตอนใหนหว่า เดินอยู่ดี ๆ หัวเข่ามันถึงเลื่อนหลุดออกมาซะงั้น หมอถามว่าเคยประสบอุบัติเหตุรึเปล่า ตอนตอบก็บอกว่าไม่ ตามประสาคนไข้ทั่วไป แต่กลับมานึกดูแล้ว ตอนที่แท๊กซี่ยางแตกแล้วชนกับรั้วกั้นสะพาน หัวเข่าหัวเราไปกระแทกจนเดินเกือบจะไม่ได้ไปหนึ่งวันนี่หว่า ตอนนั้นเจ็บหัวเข่าด้านใน เวลาเดินแล้วรู้สึกแปลบ ๆ แต่ว่ามันหายเร็วเหมือนกัน ก็เลยไม่เอะใจ
อุปสรรคอย่างแรกคือโรคอ้วน อันนี้ก็เป็นเพราะว่าทำตัวเอง ไม่ควบคุมอาหารเอง
(ไม่นับอาการ หน้าเหียก ตัวดำ เป็นอุปสรรคนะ ถ้านับก็ขุดหลุมฝังตัวเองใต้โคนต้นไม้ให้เป็นปุ๋ยไปเหอะ คุ้มกว่ามีชีวิตอยู่เยอะ)
อุปสรรคอย่างที่สองคือโรคความดัน อันนี้ก็เป็นผลมาจากข้อแรก แล้วก็ลักษณะการประพฤติตัวที่ห้าวเป้งประกอบอีกด้วย
อุปสรรคอย่างที่สามก็เพิ่งเล่าให้ฟังไป อันนี้จะเป็นผลมาจากข้อหนึ่งคืออ้วนจนเส้นเอ็นมันรับไม่ไหว หรือว่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุที่ว่าไปกันแน่ อันนี้ก็คงต้องมีการพิสูจน์กันต่อไปละกัน
ทีนี้เราจะขจัดไอ้อุปสรรคสามอันนี้ได้อย่างไร
ทั้งสามอย่างนี้สามารถปรับปรุงเพียงอย่างเดียว แต่ว่าได้ผลไปถึงสามข้อเลยทีเดียว นั่นก็คือความอ้วน
งั้นก็เริ่มต้นด้วยการงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนละกัน(ไอ้ที่พิมพ์มายืดยาวไม่ใช่อะไรหรอก ก็แค่จะบอกว่าเลิกเหล้าแล้วนะ)
มานึกดูว่าเส้นเอ็นของเรามันไปฉีกขาดตอนใหนหว่า เดินอยู่ดี ๆ หัวเข่ามันถึงเลื่อนหลุดออกมาซะงั้น หมอถามว่าเคยประสบอุบัติเหตุรึเปล่า ตอนตอบก็บอกว่าไม่ ตามประสาคนไข้ทั่วไป แต่กลับมานึกดูแล้ว ตอนที่แท๊กซี่ยางแตกแล้วชนกับรั้วกั้นสะพาน หัวเข่าหัวเราไปกระแทกจนเดินเกือบจะไม่ได้ไปหนึ่งวันนี่หว่า ตอนนั้นเจ็บหัวเข่าด้านใน เวลาเดินแล้วรู้สึกแปลบ ๆ แต่ว่ามันหายเร็วเหมือนกัน ก็เลยไม่เอะใจ
อุปสรรคอย่างแรกคือโรคอ้วน อันนี้ก็เป็นเพราะว่าทำตัวเอง ไม่ควบคุมอาหารเอง
(ไม่นับอาการ หน้าเหียก ตัวดำ เป็นอุปสรรคนะ ถ้านับก็ขุดหลุมฝังตัวเองใต้โคนต้นไม้ให้เป็นปุ๋ยไปเหอะ คุ้มกว่ามีชีวิตอยู่เยอะ)
อุปสรรคอย่างที่สองคือโรคความดัน อันนี้ก็เป็นผลมาจากข้อแรก แล้วก็ลักษณะการประพฤติตัวที่ห้าวเป้งประกอบอีกด้วย
อุปสรรคอย่างที่สามก็เพิ่งเล่าให้ฟังไป อันนี้จะเป็นผลมาจากข้อหนึ่งคืออ้วนจนเส้นเอ็นมันรับไม่ไหว หรือว่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุที่ว่าไปกันแน่ อันนี้ก็คงต้องมีการพิสูจน์กันต่อไปละกัน
ทีนี้เราจะขจัดไอ้อุปสรรคสามอันนี้ได้อย่างไร
ทั้งสามอย่างนี้สามารถปรับปรุงเพียงอย่างเดียว แต่ว่าได้ผลไปถึงสามข้อเลยทีเดียว นั่นก็คือความอ้วน
งั้นก็เริ่มต้นด้วยการงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนละกัน(ไอ้ที่พิมพ์มายืดยาวไม่ใช่อะไรหรอก ก็แค่จะบอกว่าเลิกเหล้าแล้วนะ)
Subscribe to:
Posts (Atom)