Sunday, June 27, 2010

งดเหล้าเข้าพรรษา

ช่วงที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่(ตามกฏหมาย) ทำร้ายร่างกายตัวเองไปเยอะ
ตอนนี้ก็เริ่มจะเห็นผลลัพท์ของมันแล้ว โผล่ออกมาทีละอย่างสองอย่าง

ใกล้เข้าพรรษาแล้ว ไม่เคยคิดว่าจะงดแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษาเลย มักจะคิดว่าทำไมไม่งดกันช่วงออกพรรษาล่ะ ตั้งเก้าเดือน ได้บุญมากกว่าอีก

เข้าพรรษาทุกที ไม่เคยคิดจะงดแอลกอฮอล์ในช่วงนั้นเลย เพราะว่าจะมีข้ออ้างว่าเราไม่ได้ดื่มแล้วไปทำให้ใครเดือดร้อนนี่หว่า
แต่ลืมไปว่าร่างกายที่เรามาอาศัยอยู่เนี่ย มันเดือดร้อน ร่างกายคงไม่บ่นไม่ว่าอะไรหรอก เพราะว่าถึงเวลาร่างนี้จะละลายกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกอีก แล้วก็จะกลับมาใหม่ในอีกรูปแบบ เค้าไม่สนใจหรอก เค้าแค่ใจดีให้เราเข้ามาอยู่ ได้รับรู้ ได้รู้สึก ได้ใช้ชีวิตสั้น ๆ แล้วก็ต้องจากกัน ร่างกายก็ไม่มีวันตาย แค่เปลี่ยนรูป เราก็ไม่มีวันตาย แค่เปลี่ยนรูปเหมือนกัน

ใช้ร่างนี้มาก็จะ 24 ปีแล้ว เหมือนกับว่าร่างกายของเราเค้าเติบโตไปใกลว่าตัวเราเยอะแล้ว อยากจะโตตามร่างกายบ้าง เค้าทำเพื่อเรา สนองความต้องการของเรา ยอมให้เราบังคับทำอะไรต่าง ๆ นา ๆ มาเยอะแล้ว

ดูแลเค้าหน่อยละกัน
เข้าพรรษาปีนี้อยากให้เป็นปีแรกที่งดแอลกอฮอล์ได้ ขอใช้แค่คำว่าอยาก เพราะว่าไม่มั่นใจตัวเองเหมือนกัน

ร่างนี้น่าจะอยู่ได้อีกซักสองรอบ อาจจะถึงสามรอบถ้าโชคดี ถ้าร่างกายไม่ท้อและพังไปซะก่อน

แสดงว่าเราก็กำลังจะเข้าสู่ครึ่งหลังของชีวิตแล้วสินะ
ยังไม่มีอะไรเลย หลักประกันว่าจะเลี้ยงร่างกายตัวเองได้ตลอดรอดฝั่งก็ยังไม่มี ไม่ต้องไปพูดถึงร่างกายคนอื่นที่อยากให้เค้ามาอยู่ด้วยเลย
จากที่เคยคิดว่าเหลือเวลาอีกเยอะ เดี๋ยวค่อยทำก็ได้ คงต้องบอกให้ตัวเองเปลี่ยนความคิดซักที บอกมันว่าเวลาเหลืออีกไม่เยอะแล้วนะ อย่าทำให้ตัวเองต้องมาบ่นตอนที่ไม่มีร่างกายให้อาศัยแล้ว ว่าตัวเองนั้น "เสียชาติเกิด"

ปล. พล่ามมายืดยาวแต่สุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับชีวิตนี้อยู่ดี

Saturday, June 12, 2010

ใส่ใจในรายละเอียด

ต้องเดินทางกลับที่พัก ต้นทางจากห้องเพื่อน
คิดอยู่ว่าจะแท๊กซี่รวดเดียวถึงห้อง หรือว่าจะนั่งรถเมล์เล่นแล้วแต่คนขับรถเมล์จะพาไป
คิดได้แล้ว นั่งรถเมล์แล้วต่อด้วยรถไฟฟ้าจบที่จักรยานยนต์ดีที่สุด
แวะกิน บะหมี่เกี๊ยวน้ำหมูแดง คิดขึ้นมาว่าจะจำรายละเอียดระหว่างเดินทางให้ได้มากที่สุด
ผลลัพท์ก็ได้มาเท่านี้

เดินไปป้ายรถเมล์แวะซื้อลูกชิ้นไปสามสิบบาท
เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน้าเหมือนเพื่อนเลยหยุดมอง
ขึ้นรถเมล์สาย 97 ว่างทั้งคัน ขึ้นมากับผู้ชายอีกหนึ่งคน กระเป๋าบอกว่ารถสายนี้ไปรถไฟใต้ดิน
รถเมล์จอดรับชายสพายกระเป๋าเป้สีดำขึ้นรถ
รถเมล์ไม่ยอมจอดรับสาว ๆ ที่ป้ายรถเมล์ เพราะกลัวจะไม่ทันไฟแดง
รถเมล์บีบแตรไล่รถที่ไม่ยอมออกตัวหลังจากไฟเขียว(คนละแยกกับข้างบน)
ผ่านร้านตัดเสื้อ จำชื่อร้านไม่ได้
ลงจากรถเมล์เดินข้ามถนนมาสถานีรถไฟฟ้าเห็นยายคนหนึ่งนั่งขายพวงมาลัยอยู่
เห็นร้าน 108 shop
เดินข้ามถนนกลับไปซื้อน้ำเปล่า ไม่ใช่ 108 shop ลูกสาวเจ้าของร้านเป็นคนยิงบาร์โค้ด
หยิบหลอดออกมาแล้ววางไว้ที่เดิม
กินลูกชิ้นจนหมด ที่ทางลงสถานีรถไฟฟ้า
เดินกลับลงมาซื้อพวงมาลัยจากยายคนนั้น
มีผู้หญิงยืนหาเศษตังค์ที่จะจ่ายค่าพวงมาลัยอยู่(ตอนแรกเค้าจะจ่ายแบงค์ร้อยแต่ยายไม่มีทอน)
มีคนมายืนแจกใบปลิวบวชพระ 100000 รูปฟรี อย่างน้อยหนึ่งพรรษา ช่วงเข้าพรรษา
โดนตรวจกระเป๋าโดยพนักงานชายที่ยืนอยู่ด้านขวา
ไม่ได้รูดซิปกระเป๋าสพาย
เดินส่วนกับผู้หญิงชุดขาวที่เดินมากับแฟน มองหน้าเค้า แฟนเค้าก็เลยมองหน้าเรา
มีผู้หญิงเสื้อเขียวยืนอ่านราคาค่าเดินทางอยู่ที่ตู้หยอดเหรียญ
ไฟที่ป้ายบอกว่าต้องขึ้นรถไฟฝั่งใหนเสีย
ลงบันไดเลื่อนตามผู้หญิงเสื้อเขียวคนนั้น
มีพนักงานคอยห้ามไม่ให้ขึ้นรถไฟก่อนที่เค้าจะเดินตรวจทั้งขบวนเสร็จก่อน(สวยด้วย)
นั่งที่เก้าอี้ด้านขวาตัวแรกที่เจอ
ลุกให้คนนั้งที่สถานีจัตุจักร
โดนฝรั่งมองหน้า
ร้านตัดผมตรงหัวมุมปากซอยสุทธิสารคนเต็ม
พนักงานร้านเช่าหนังถามนามสกุลซ้ำ
...

ตอนนี้กลิ่นดอกมะลิเริ่มลอยฟุ้งในห้องแล้ว

Blog Archive